Koop วงเก๋ๆจาก Sweden

วันนี้แนะนำวงจาก Sweden ไม่อยากจะเหมาเรื่องชนชาตินะครับ แต่เป็นข้อสังเกตส่วนตัวว่า Sweden เป็นชนชาติที่ทำดนตรีได้เก๋มาก นี่ไม่นับ Software ดนตรี เก๋ๆแต่เจ๋งๆอย่าง Propellerhead ต้นสังกัดของ Rebirth, Reason, Record

วง Koop ก็เป็นอีกวงที่อยากแนะนำให้ฟังครับ

เป็นวงคู่ Dou จาก Sweden (Oscar Simonsson,Magnus Zingmark ชื่อทั้งคู่เป็นชาย แต่ดูจากการแต่งตัวไม่อาจคาดเดา) แนวเพลง Electro Jazz โครงหลักเป็น Jazz แต่การเลือกใช้เสียงจะสมัยใหม่ นิยามรวมส่วนตัวจากผมคือ เท่ห์ และเก๋ มากครับ (คำว่าเก๋ระบาดหนัก Smile with tongue out )

วงนี้ได้รับรางวัล Swedish Grammy Award in 2003 ใน album “Waltz for Koop” รับประกันถึงความ เก๋ ได้ ลองตามฟังดูครับ

เพลงนี้ชอบส่วนตัวครับล่องลอยและเพลินดี แต่แอบนึกถึง Orange Peakoe แฮะ Smile with tongue out

//yordja

Link

http://en.wikipedia.org/wiki/Koop_(band)

http://www.myspace.com/koop

http://www.youtube.com/watch?v=Ji0xDg6EVvI&feature=related

Hiroshi Kubota

HiroshiKubota

Hiroshi Kubota เป็นนักดนตรีที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งคนที่เล่นอิเลคโทนน่าจะเคยได้ยินเพลงของเขามาบ้าง เพราะค่อนข้างมีชื่อเสียงในกลุ่ม YAMAHA Electone แนวที่เขาถนัดจะเป็น Jazz , Soul, Funk ซึ่งจะมีการเน้นการเล่น เดิน Bass ที่พริ้วไหวและ Organ ที่ดุดัน เปิดเพลงนี้ประกอบการฟัง

ประวัติคร่าวๆ

เขาเริ่มเล่น piano ตั้งแต่ 4 ขวบ ซึ่งเป็นอายุที่ผมสังเกตเห็นว่านักดนตรีญี่ปุ่นส่วนใหญ่เริ่มเรียนดนตรีกันเลย เขาก็เล่นอิเลคโทนตอนอายุ 17 นักดนตรีที่มีอิทธิพลต่อเขามากคือ Herbie Hancock มีคำพูดหนึ่งจากเขาว่า "It was my encounter with Herbie’s music that made me decide to be a musician." และที่ผมสังเกตได้จากเพลงว่าเขาแต่งเพลง Herbie และ Arrange เพลง “Pick Up the Pieces”

ปล. ผมพยายามหาที่ Hiroshi เล่นเองแต่ไม่เจอจริงๆครับ ส่วนคนนี้ก็เล่น เจ๋งโคตร Version ที่ Hiroshi เรียบเรียงนี้เล่นได้จริงด้วยคนเดียวครับ เสียงที่ได้ยินเป็น Backing Track มีเฉพาะ กลองและ Apprigiator

ในปี 1979 เขาเริ่มแต่งเพลงและแสดง Electone จนในปี 1981 ได้ออก Album "The Electric Future". จนถึงตอนนี้เขาได้มีผลงานแล้วถึง 11 Album พลังเยอะจริงๆ Smile  ข้อมูลรายละเอียดลองตามอ่านที่ผม Link ไว้นะครับ

ผลงานอีกอย่างเขายังเคยทำงานเกี่ยวกับ เกมส์ที่ sonicretro http://info.sonicretro.org/Hiroshi_Kubota 

ปัจจุบันเขาได้เป็นสมาชิคของวง TRIX ซึ่งรวมกับสมาชิกเก่าเช่น มือ Bass จาก T-Square และ มือกลองจาก Casiopea  ซึ่งขอไปหาข้อมูลก่อนนะครับ แต่เท่าที่เคยฟังขอใช้คำว่า สุโค่ย !!!!!!!!

//yordja

 

Link

http://www.last.fm/music/Hiroshi+Kubota 

http://www.smooth-jazz.de/Artists3/Kubota.html

http://info.sonicretro.org/Hiroshi_Kubota

http://gonsiopea.com/album/?album_idx=331

http://www.yamaha-mf.or.jp/el-player/kubota/cd_dvd.html

Nothing Compares 2 U

เพลง Nothing comare 2 u ของ Sinéad O’Connor ผมได้ฟังโดยบังเอิญผ่านทางวิทยุที่เป็น Jazz Version โดยคณะ George White Group ทำการเรียบเรียงได้น่าฟังมาก

ลอง search กะว่าจะเอามาเก็บไว้ฟัง เจออีก Version ของวง All Angles ซึ่งทำ Production และการเรียบเรียงที่ล่องลอยแต่ดูยิ่งใหญ่ดี ชอบทั้งสองเลย ขอแบ่งปันให้ฟังกันก่อนนอน

Lyric

It’s been seven hours and fifteen days
Since you took your love away
I go out every night and sleep all day
Since you took your love away
Since you been gone I can do whatever I want
I can see whomever I choose
I can eat my dinner in a fancy restaurant
But nothing
I said nothing can take away these blues
`Cause nothing compares
Nothing compares to you

It’s been so lonely without you here
Like a bird without a song
Nothing can stop these lonely tears from falling
Tell me baby where did I go wrong
I could put my arms around every boy I see
But they’d only remind me of you
I went to the doctor n’guess what he told me
Guess what he told me
He said girl u better try to have fun
No matter what you’ll do
But he’s a fool
`Cause nothing compares
Nothing compares to you

all the flowers that you planted, mama
In the back yard
All died when you went away
I know that living with you baby was sometimes hard
But I’m willing to give it another try
Nothing compares
Nothing compares to you
Nothing compares
Nothing compares to you
Nothing compares
Nothing compares to you

Link

http://en.wikipedia.org/wiki/Nothing_Compares_2_U

Someday my prince will come

เพลง Someday my prince will come เป็นเพลงประกอบภาพยนต์การฺ์ตูนเรื่อง สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้ง 7  และเพลงนี้ได้บรรเลงเป็น version Jazz มากมาย ผมเลือก veriosn ที่เป็น Bill Evens นัก Piano ระดับเทพมาให้ฟังครับ

และอีก Version ต่อไปนี้เล่นในงาน Tokyo Jazz ปี 2006  โดยนักดนตรีระดับเทพ 🙂 เช่นกัน

  • Watanabe, Sadao(Alto Saxophone),
  • Autin Peralta(Piano),
  • Uehara, Hiromi(Piano),
  • Chick Corea(Piano)
  • The Great Jazz Trio

Link

http://www.youtube.com/watch?v=zm9zFJsEDHk

http://en.wikipedia.org/wiki/Some_Day_My_Prince_Will_Come

download score มาหัดที่ http://www.free-scores.com/download-sheet-music.php?pdf=20880

เล่าเรื่องดนตรีผ่าน T-Square #2

TruthAlbum

Truth Album

01. GRAND PRIX
02. CELEBRATION
03. BEAT IN BEAT
04. UNEXPECTED LOVER
05. TRUTH
06. BREEZE AND YOU
07. GIANT SIDE STEPS
08. BECAUSE
09. TWILIGHT IN UPPER WEST

หลังจากที่ได้เป็นเจ้าของเพลงทั้ง 2 ชุด (Truth และ Yes, No) ในเวลาเดียวกัน ผมมีความตื่นเต้นที่ได้ฟังมากเนื่องจากในตอนนั้นที่บ้านไม่ได้มีเพลงประเภทนี้เลย โดยที่มีเครื่องเล่น sound about ยี่ห้อ SANYO ซึ่งยังเป็นระบบ MONO อยู่เลย ได้มาจากการรับเล่นดนตรีตามงานวันเด็ก 😛

เพลงเปิดของชุด Truth เพลง Grand Prix และ Celebration 2 Track ในชุดเอามาเล่นรวมกันใน Clip นี้

เพลงที่อยากจะแนะนำให้ฟังในชุดนี้นอกจากเพลง Truth ซึ่งเป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของวงนี้มาก แนะนำเพลง Twilight in upper west ซึ่งเป็นเพลงช้า ซึ่งปกติ T-square จะมีเพลงแนวนี้อย่างน้อย หนึ่ง Track ในแต่ละชุด ความโดดเด่นของเพลงนี้คือเปียโนช่วงอินโทรจะพริ้วและลื่นไหลมาก คลอกับเสียง String โอบอุ้มกันเกิดความสมดุลหวานละมุน  พอเข้าท่อนหลักก็มี Saxophone ของ Itoh เป็นตัวเด่นซึ่งท่อน Hook ก็เด่นและติดหู พุ่งออกจากท่อนหลักดีมาก ท่อน Solo มี Piano เป็นพระเอก มีความเป็นเอกลักษณ์ของ Izumi ซึ่งเป็น มือ Keyboard ในวงสมัยนั้น ตอนนั้นมีเพื่อนคนนึงบอกว่าการเล่นของแต่ละคนจะมีลายเซ็นต์ ซึ่งผมยังไม่เข้าใจในสมัยนั้น ปัจจุบันพอได้ฟังหลายๆชุดเข้าก็พอเข้าใจว่าแต่ละคนจะมีลายเซ็นต์หรือที่เรียกว่าลูก Riff หรือ Melody ที่เล่นบ่อยๆเรียกว่าติดนั้นเอง

เพลงนี้มีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับผมคือ ผมเห็นคุณสมิทธิ์ บัณฑิต เคยออกเทป Smith and Shane ที่โด่งดังมากเมื่อหลาย หลายปีก่อน :p เล่นและ Sight Reading (การอ่านโน๊ตและเล่นสดๆโดยไม่ได้มีการเห็นโน๊ตหรือซ้อมมาก่อน)  ซึ่งทำให้ผมอึ้งมากว่าพี่อ่านโน๊ตแล้วเล่นได้สดๆเลย และคุณบิ๊ก ธานัท Big and the Brass ก็เคยเอาเพลงนี้มาเล่นในการประกวดอิเลคโทน  เมื่อรู้ว่าคนธรรมดาสามารถเล่นเพลงนี้ได้ผมก็ได้หัดเล่นบ้าง ซึ่งปัจจุบันก็พอจะนึกถึงเพลงนี้เวลาจับๆคลำๆ อิเลคโทน 🙂

เล่าเรื่องดนตรีผ่าน T-Square

ขอเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ T-square วงดนตรีโปรด โดยไม่เน้นประวัติของวงแต่จะเน้นเรื่องราวของผมที่เกี่ยวข้องกับวงนี้ ซึ่งอาจทำให้นึกถึงประวัติศาตร์ เทคโนโลยีและความรู้สึกเก่าๆได้

ยุคแรก

เริ่มแรกรู้จัก The Square (ชื่อตอนนั้นไม่ใช่ T-Square) ด้วยเพลง Omens of Love ในตอนนั้นอายุน่าจะประมาณ ม3 เห็นจะได้ รู้สึกว่าเพลงนี้มันยากมากๆเลย มีเพื่อนคนหนึ่งเขาเล่น เพื่อเอาไปประกวดอิเลคโทน นิ้วพันกันระวิงเลย เพลงนี้ได้ยินว่าในยุคนั้นคนที่เล่นวง Fusion Jazz นิยมเอามาเล่นประกวดกัน ลองฟังดู

Note : ผมพยายามเลือกเอา version ที่ original ที่สุดเพื่อให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

Omen Of Love ใน version แรกนี้ ท่อนขึ้นต้น Intro อลังการ เสียงออกอวกาศหน่อยๆ Melody ช่างไพเราะมาก หวานๆ แนวกลองจะออก Pop สมัย 80 หน่อย เสียงกลองจะทุ้มๆ ตุ่นๆ  เครื่องเป่าที่เป็นพระเอกและเป็นเอกลักษณ์ของวงนี้คือ EWI ซึ่งที่ Itoh ใช้ชื่อในตอนนั้นคือ Lyricon หน้าตาเป็นเหมือน Flute ผสม Saxophone เป็นโลหะหน่อยๆ ถือว่าเป็นเดรื่องเป่าที่ติดต่อกับ MIDI ได้  ช่วงหน้าทีที่ 3:38 มีการปรับเสียงผ่านทาง Synth ด้วย เดิ้ลมากสมัียนั้น

เริ่มติดตาม

หลังจากที่ได้รู้จักชื่อวงนี้ ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้หัดเล่นอิเลคโทน เพลงต่อมาที่ได้รู้จักคือ เพลง Truth เนื่องจากเด็กบ้านนอกอย่างผมได้มีโอกาสเข้ากรุงเทพมาดูการแข่งขันอิเลคโทน เพลง Truth นี้ถูกหยิบเอามาเล่นด้วยผู้คนมากมาย อาจเป็นเพราะได้ปรับความยากมาให้สามารถเล่นได้ง่าย

ยุคนี้เสียงอิเลคโทนยังเป็น Technology แบบเรียกว่า FM คือการสร้างเสียงยังใช้เป็นวงจรอิเลคทรอนิกส์ Electone ที่ใช้ในยุึคนั้นจะเป็น FS Series มีปุ่มโยกๆและ Save เสียงเป็น Memory ได้ เหมือนตลับเกม Famicom

ช่วงนี้้ทำให้ผมได้รู้จักกับเทปยี่ห้อ Peacock เนื่องจากว่าหลังจากกลับไปที่บ้านที่ต่างจังหวัดผมก็ไปตามหาว่าวง The Square มีเทปขายหรือไม่ ก็ได้มา 2 ม้วน ราคาม้วนละ 75 บาท (พอเข้ากรุงเทพรู้ว่า 3 ม้วนร้อย เจ็บใจซะ) คือชุด

Yes, No

YesNo Album

Truth

TruthAlbum

ขอเิีริ่มต้นการเล่าเกี่ยวกับ T-Square เท่านี้ก่อนครับ ไว้กระตุ้นตัวเองได้อีกครั้งจะมาเล่าต่อครับ


Link

http://www.tsquare.jp/free/index.html

http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2009/09/C8314561/C8314561.html

http://pirun.ku.ac.th/~b4908063/tsquare.htm

http://escapefrommadwolrd.wordpress.com/2009/05/22/re-wind-t-square/

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jazzhunter&group=5

Hiromi Uehara

แรกเริ่มเดิมทีว่าจะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับ Chick Corea นัก Piano Jazz  คนโปรด แต่ได้ไปเจอ  Hiromi Uehara เข้าซะก่อน ยอมรับ ตามจริงว่าไม่เคยรู้จักศิลปินคนนี้เลย พอได้เห็นเขาเล่น Piano กับ Chick Corea เท่านั้น และได้ดูการเล่นของเธอก็ทำให้รู้ ได้เลยว่า เธอเป็นคนไม่ธรรมดาแน่ๆและต้องน่าสนใจมาก ลองหาข้อมูลพบว่าเธอชอบ Dream Theater ซึ่งเป็นวงโปรดของผมอีกเช่นกันและเธอเคยมาเล่นที่งาน Jazz ที่เมืองไทยแล้ว

ผมขอแปะ Link ไว้ 2 อันนี้ที่กระแทกความรู้สึกของผมมาก !!!!!

เห็นเธอเล่นส่งอารมณ์กันระหว่าง หญิงสาวและชายหนุ่ม (ใหญ่) สำหรับผม ได้อารมณ์ร่วมมากครับ วัยรุ่นรุนแรง ส่วนวัยกลางคนสุขุม นุ่มลึก ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ มันส์มากครับ

ปล.  ผมไม่ได้คิดไปเอง ดูสายตาเธอ ที่มองกันซิครับ 🙂

ส่วนเพลงที่ 2 “xyz” เป็นงาน TOKYO JAZZ 2004 เล่นกันแค่ 3 ชิ้น เรียกแนวนี้ไม่ถูกนะ ผู้รู้ช่วยด้วย ผมขอเรียกว่า Contemporary Jazz ก่อนแล้วกัน  ทำให้ได้อารมณ์คล้ายๆฟัง Dream Theater เหมือนกัน ช่วงที่เธอเอามือทุบ Key Piano มันก็ยังฟังเป็นเพลง ศิลปินระดับโลก จริงๆ  🙂 ส่วน Performance, Melody ,ทางจังหวะและ Chord โดนใจสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

สรุป !!!! ชื่นชอบมากครับ เหมือนรักแรกพบ เก็บอาการไม่อยู่ จะขอเป็นแฟนเพลงเธอต่อไป 🙂

Link ที่เกี่ยวข้อง

http://www.hiromimusic.com/

http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2008/01/C6225387/C6225387.html

//yordja

Tokyo Ska Paradise Orchestra Paradise Blue (2009)

วงดนตรีแนว ska วงแรกที่ผมรู้จัก ชื่อตรงไปตรงมาว่าเป็น ska จริงๆ รู้จักวงนี้ครั้งแรกตอนที่มาเล่น concert ที่เมื่องไทยก้บวง T-bone วงนี้พลังงานเยอะมาก ทั้งเครื่องเป่า แบก Baritone Saxophone วิ่งทั้งเวที เล่นสดได้มันส์ โดยเฉพาะมือ keyboard ที่เล่นๆอยู่ดีๆพี่แกลาก keyboard ออกมาหน้าเวที พร้อมสาย Jack ระโยงระยาง (คงตั้งใจใน ภาพ ออกมาประมาณนั้น) เอากีตาร์ทุบแอมป์ (แนวทำลายล้างมากๆ ก็ดูหลอกๆ 🙂 )

เพลงแนว ska ในความคิดของผม จะเป็นแนวที่อยู่บนพื้นฐานของ เรกเก้ แต่จังหวะส่วนใหญ่จะเร็วกว่า และเน้นจังหวะยก สังเกตเสียงคนที่ร้องเป็น percussion ว่า ฮึ้ย ฮึ้ย ฮึ้ย เหมือนเสียงคนไล่ควาย  และ จิ๊กกะดุยชุ่ย จิ๊กกะดุยชุ่ย

 

 

Hole In One เป็นเพลงที่คนไทยน่าจะคุ้นหูมากๆ นะใช้ในรายการโฆษณาและทีวีเยอะ

 

Link

www.tokyoska.net/index.html

www.myspace.com/tokyoskanet

 

Rachelle Ferrell – Individuality (can i be me)


แนะนำให้ฟัง Rachelle Ferrell  ชุด Individuality (Can I Be Me?) ผมพึ่งจะมีโอกาสได้ฟังช่วงนี้นะครับ แต่ชุดนี้ออกมาตั้งแต่ปี  2000

ความมหัสจรรย์ของคุณ Rachelle คือเธอสามารถทั้งเล่น ทั้งร้อง โดยเฉพาะเสียงร้องที่เจ๋งโคตร ยังก็เครื่องดนตรีเลย ได้อารมณ์สุดๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอารมณ์แบบแหกปาก แนวเพลง contemporary Jazz ที่ิออกจะ Soul เยอะ จังหวะเนิบๆ หนึบๆ ทำให้ฟังเพลินๆดี ตอนแรกคิดว่าจะเปิดคลอในตอนที่ทำอย่างอื่นๆไปด้วย แต่ต้องหยุดฟังเธอตลอดเพราะเสียงร้องดึงดูดมาก

เพลงในชุดนี้
1. Individuality (Can I Be Me?) 4:53
2. Sista 3:59
3. Will You Remember Me? 6:17
4. I Forgive You 5:30
5. I Gotta Go 5:06
6. Why You Wanna Mess It All Up? 5:30
7. Gaia 5:44
8. Run To Me 4:04
9. Reflections Of My Heart 5:10
10. Satisfied 5:32
11. I Can Explain

โดยเฉพาะ Track  4,8 และ 11 ผมชอบมาก ลองหามาฟังดูนะครับ

Masa Matsuda

Masa Matsuda เป็นนักเล่นอิเลคโทน ที่คนรุ่นผม (ถือวัยกลางคน) น่าจะรู้จัก ผลงานที่คุ้นหูในยุคนั้น
  • Suncountry
  • Burning
  • Smoke Get In your Eye
  • Tea for Two
Masa Matsuda นินมชมชอบใน World Music และเครื่องดนตรีพื้นฐานจริง เช่น Pianica หรือบ้านเราเป็น Accordion รวมถึงมีการใช้เครื่องเป่าพื้นบ้านของ ญี่ปุ่น Sahuhashi เล่นกับ Electon HX-1 ซึ่งผมกำลังตามหาอยู่ ใครมีมาแบ่งกันฟังบ้าง ข้อมูลยังน้อยอยู่นะั จะมา Update ในหน้าเดิมนี้แล้วกัน
//yordja