Learn Piano Improvisation with Willie

แสนจะอิจจาเด็กๆสมัยนี้ครับที่มีสื่อดีๆใน internet มากมาย ถ้าสนใจและมีความอยากที่จะเรียนรู้ ก็ต้องได้รู้ ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมที่จะได้เรียน ถ้าอยากเรียน หลักเหมือนการศึกษาของกระทรวงศึกษาของบ้านเราไหมครับ 🙂

วันนี้ขอแนะนำ Web ที่สอนการเล่น Jazz Piano ซึ่งแต่เดิมที่ผมเคยเห็น จะเป็น web http://www.pianowithwillie.comโดยเดิมเน้นเนื้อหาลักษณะ Newsletter หรือ Text เยอะ แต่เร็วๆนี้เขาได้เพิ่มเติมส่วนของ youtube มากขึ้น โดยมี youtube channel คือ

http://www.youtube.com/jazzedge

ซึ่งผมได้ลองสมัครที่ http://youtubepiano.com แล้ว (จริงๆเขามีอีกหลาย URL ให้งงเล่น ตามแนว Piano :p ) เขาได้จัดส่ง sheet มาให้ทาง e-mail ให้เราได้ฝึกด้วย เยี่ยมไปเลย  ถ้าบ้านเรามี web ที่เน้นการเรียนอย่างนี้ ซึ่งเข้าใจว่าต้องมีผู้ใหญ่ใจดี ที่ต้องมีพลังเยอะด้วย ไม่หมดแรงไปเสียก่อน เด็กๆคงได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยครับ (หรือจริงๆมีเยอะแล้วแต่ผมหลังเขาเอง)

//yordja

เรียนดนตรีผ่าน iTunes U

image

หลงรัก Apple อีกแล้ว วันนี้เป็น iTunes U เป็นแหล่งความรู้ที่มากมาย จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และผู้ใจดี แบ่งปันความรู้ให้ได้เรียนไม่รู้จบจริงๆ ด้วย concept ที่สามารถเรียนรู้จากที่ไหนก็ได้ รูปแบบการเรียนจาก clip หรือ podcast โดยเราแค่มี iTune ซึ่ง download ได้ฟรี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ iPhone iPod หรือ Macbook แต่อย่างใด ก็สามารถ  subscribe iTunes  U ฟรีได้

โดยที่ iTunes U ที่ตอนนี้ผมมีติดเครื่องไว้ฟังบนรถไฟฟ้า (คนเมืองซะ) ก็เป็น 2 อันนีั้ครับ

Jazz Inside

image

เป็น Podcast ทั้งหมดโดยเนื่อหาจะแบ่งเป็นหมวดๆ ไป เช่นเริ่มจาก Jazz คืออะไร แนว Jazz แต่ละแนวเครื่องดนตรีที่ใช้เล่น Jazz แต่ละประเภท หรือประวัตินักดนตรีแต่ละคน

2 minutes Jazz Piano

image

สอนการเล่น Jazz Piano โดยเป็น Clip สั้นๆ ประมาณ 2 นาที ได้ความรู้กระชับดี

แนะนำไว้เท่านี้ก่อนครับ แล้ววันหลังจะมาเพิ่มเติมให้

//yordja

ภูธรสู่นครบาล : Age of The Innocent

cover_ohmbook

วันนี้แนะนำหนังสือให้อ่านครับ เรื่อง “ภูธรสู่นครบาล : Age of The Innocent” แม้ว่าจะออกมาตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว (ผมว่าตั้งใจออกพร้อม concert The Innocent )  แต่ผมพึ่งมีโอกาศเดินผ่านร้านหนังสือ

เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับประวัติการมาเป็นนักดนตรีอาชีพและประสบการณ์เล่นดนตรี ของพี่โอม ชาตรี คงสุวรรณ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นในยุคที่ เป็น ดิอินโนเซนต์ และก่อนหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เล่าถึงช่วงใน แกรมมี่เท่าใดนัก บรรยากาศในการอ่านอบอวนไปด้วยอดีต เนื่องจากมีชื่อวงดนตรีผุดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Impossible แกรนด์เอ็กซ์ พลอย ฟรุ๊ตตี้ แมคอินทอช  ในเล่มยังมี CD แถมมาด้วยอีก 1 แผ่น เป็นเพลงบรรเลงอะคูสติกกีตาร์ How are you to day? เสียดายมี Track ให้น้อยไปนิด 🙂

อ่านรวดเดียวจบ สิ่งที่ได้คือได้รู้ว่าการเป็นนักดนตรีในรุ่นก่อนๆ นั้น เป็นงานที่ยากและเป็นเรื่องที่ต้องมีความสามารถจริง ๆ ซึ่งยุคปัจจุบันค่อนข้างหายากที่จะเป็นนักดนตรีจริงๆ  ซึ่งคนรุ่นหลังๆ ควรเอาเป็นตัวอย่าง

และในเล่มยังมีส่วนของอัลบัมที่ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจและแนะนำให้ฟัง เป็นมงคลชีวิตทางด้านดนตรี ( ผมว่าเองนะ) ไม่ว่าจะเป็น UFO, Jimi Hexdrix, The Impossible และอีกมากมาย

เพื่อให้ได้อรรถรสแนะนำให้ฟังช่างคุย “ไม่หลับไม่นอน: ตอนที่ ๕๗. The Innocent” ข้อมูลเพิ่มเติมที่

http://www.changkhui.com/Thai_MaiHlapMaiNon.html

Credit Picture

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=webmaster&month=14-10-2009&group=6&gblog=208

ขอกลับไปถ่ายรูปเองก่อนนะ จะกลับมาเปลี่ยนให้ 🙂

เล่าเรื่องจังหวะ

วันนี้อาศัยหลังเลิกงานก่อนกลับบ้าน ว่าด้วยเรื่องจังหวะ ถือว่าเป็นพื้นฐานหลักอย่างหนึ่งที่ควรจะมีความแข็งแรง เดี๋ยวเขาว่าไม่เข้าใจจังหวะ เล่นเร็ว ช้า เกินไปคร่อมจังหวะ การที่มี จังหวะที่ดีหมายถึงมีการเว้นระยะที่คงที่ ไม่เร็วขึ้นหรือช้าลง ลองดูคำที่เกี่ยวข้องกับจังหวะดังนี้ครับ

Tempo : เป็นคำที่เรียกความเร็วของจังหวะ ช้าหรือเร็ว ซึ่งจำมีหน่วยวัดเป็น bpm (Beat Per Minute) หมายถึงมีจำนวน เคาะ Beat กี่ครั้ง ต่อหนึ่งนาที ยกตัวอย่างเข็มวินาที มีความเร็วของจังหวะ = 60 bpm คือมันเดิน 60 ครั้งใน 1 นาที เพลงเร็วๆอาจมี Tempo ที่ 157 bpm ตัวอย่างเพลงของ satureday seiko

Beat : เป็นจังหวะหลักในการนับ หรือจังหวะตก ให้นึกถึงเวลาที่เราตบเท้าตามจังหวะ หรือเคาะตามเพลงได้ ปกติจะอ้างตามเสียงกลอง จังหวะมาตรฐานทั่วไปจะมี 4 beat ต่อหนึ่งห้อง (bar) แต่ก็มีเหมือนกันที่มีจังหวะ 3 จังหวะในหนึ่งห้อง เขาจะเรียกว่า Time Signature

Rhythm : เป็นรูปแบบการเล่นจังหวะรวมถึงแนวจังหวะด้วย เช่น Cha Cha Cha, Slow Rock , 16 Beat ( มีการเคาะ 16 ครั้งในหนึ่งห้อง) , Waltz (3/4)

Bar : ห้องเพลง บรรจุจังหวะในหนึ่งน้อง เช่น 4/4 นับ 1,2,3,4 แล้ววนกลับมากลับมานับ 1 ใหม่วนไปเรื่อยๆ

Time Signature : เป็นการเขียนกำกับว่าในแต่ละห้องมีกี่จังหวะ โดยหนึ่งจังหวะแทนด้วยโน๊ตอะไรเช่น 3/4, 4 ตัวล่างหมายถึงโน๊ตตัวดำแทนหนึ่งจังหวะ 3 ตัวบนบอกว่าในหนึ่งห้องมี 3 จังหวะ  ส่วนเพลง อันที่มันยากซับซ้อนระดับเทพก็เพลง Dream Theater, Radio Head อันนั้นยากเกินจะบอกว่าแต่ละห้องใช้อะไรบ้าง เพราะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อาจจำมี 5/4 6/8 ก็แล้วแต่

Syncopated : สัดส่วนดนตรี อันนี้มาจากมีการเปลี่ยนแปลง Time Signature หรือ Rhythm ระหว่างเพลง เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ

เขียนไปตัวเองก็งงไป เข้าใจบ้างหรือเปล่าครับเนี่ย 🙂

//yordja

เตรียมกล้ามเนื้อเพื่อดนตรี

เริ่มต้นการเล่นดนตรีเหมือนกับกิจกรรม อย่างอื่นครับ คือต้องมีความพร้อมทางด้านกล้ามเนื้อก่อน ถ้าหากเรามีกำลังที่เข้มแข็งแล้ว ก็จะสามารถ เล่นได้อย่างคล่องแคล่ว และพลิกแพลงเล่นท่ายากๆ ได้ ถ้าไม่เแข็งแรงอาจเกิดอาการกล้ามเนื้อเคล็ด 🙂

บทฝึกหัดเพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ แล้วแต่ชนิดของเครื่องดนตรีที่เล่น  ตัวอย่างเช่นการไล่ Scale หากเป็น Piano หรือ Keyboard ที่จะนำเสนอก็ควรจะฝึก Hanon ครับ ทาง Guitar ก็มีการเล่น Scale และ Hannon เช่นกัน แต่หากเป็นเครื่องดนตรีชนิดอื่นที่ต้องการใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นเช่น กลองต้องการขอมือและกำลังขา ข้อเท้า  ก็ให้เพิ่มการฝึกขยับข้อ เช่นการตีกลอง อีกวิธีที่ดูเอาจริงเอาจังมากคือการติดถุงทรายไว้ที่ขาเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ เห็นรุ่นน้องทำเหมือนหนังญี่ปุ่นเลย 🙂

แนวทางในการฝึกเป็นหลักไม่ว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใด

  1. เล่นให้ตรงจังหวะเท่าๆกันทุกโน๊ต ฝึกพร้อมไปกับ Meternorm
  2. น้ำหนักในการเล่นเท่าๆกัน โดยเฉพาะนิ้วนางกับนิ้วก้อย มักจะอ่อนแอ
  3. ฝึกให้มือซ้ายและมือขวาสัมพันธ์กัน
  4. การฝึกให้มีความต่อเนื่องของเวลา เล่นไปเรื่อยๆ จนรู้สึกล้าหรือตึงๆก็ให้พักก่อน
  5. เริ่มเล่นจากช้าๆ ก่อนแล้วค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นไป ถ้าเร็วเล่นไม่ทันให้กลับมาเล่นช้าๆก่อน
  6. เพิ่มรายละเอียดของการเล่นแต่ละครั้งเช่นเล่นสั้น ยาว หนักเบา ฝึกความสามารถในการ ควบคุม
  7. ออกกำลังกายซะบ้างเพื่อเพิ่มความแข็งแรงโดยรวมของร่างกาย ได้สุขภาพจิตด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมลอง search หาว่า “finger exercise” ดูครับ แล้วเพิ่มเติมการฝึกเอง มาจุดประเด็นไว้แค่นี้ครับ

//yordja

ตัวอย่างการเล่น Hanon สำหรับ Piano

ตัวอย่างสำหรับ Guitar

รู้ดนตรีอย่างงี้

 

352228023_28f8dd197a

เปิดกลุ่มเรื่องใหม่ครับ “รู้ดนตรีอย่างงี้ (ทำตั้งนานแล้ว)” เป็นการรวบรวมความรู้ทางด้านดนตรีเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้การเล่นหรือฟังดนตรีสนุกมากขึ้น ทั้งจังหวะ สเกล คอร์ด แนวเพลง เทคนิคการเล่นดนตรี ทฤษฎีดนตรี โดนคนที่ไม่ได้ประกอบอาชีพนักดนตรี  หรือเรียนมาจากสถาบันดนตรีโดยตรง เพื่อคนที่รักดนตรี ไม่จำเป็นต้องเล่นเป็น เนื้อหาจะพยายามให้ถูกต้องที่สุด แต่ถ้าผิดบ้างช่วยกันชี้แนะครับ

//yordja

P.S. เป็นกำลังใจด้วยนะครับ ว่าจะไปรอดหรือเปล่า 😛

Credit รูปจาก

http://www.flickr.com/photos/scharwenka/352228023/

3อ ทำเพลงให้เพราะ

ได้รับรู้จากการคุยกันในวงสุราเรื่องการถ่ายรูปให้สวยงาม ซึ่งน่าจะนำมาใช้กับการทำเพลงให้ไพเราะได้เช่นเดียวกัน

  • อ.1 อารมณ์ เพลงนั้นต้องฟังแล้วได้อารมณ์ หรือต้องการจะสื่อสารอารมณ์อะไรกับผู้ฟัง เช่น อกหัก เศร้า สังเกตเวลาคนเมาอกหักซิครับ มันร้องเพลงตามแล้วอินมากๆ เอามือกุมหัวใจ ยื่นมือแบออกไป โอ๊ยๆ…….. ได้อารมณ์มั๊ย ฝึกโดยฟังเพลงคนอื่นเยอะๆ อย่าฟังแบบจับผิด ทำตาเบรอๆ เวลาฟัง
  • อ.2 องค์ประกอบ โครงสร้างโดยรวมของเพลงน่าฟังไหม มี intro hook ending อย่าง ไร ไม่ใช่ว่าอยากใส่อะไรก็ใส่กลัวซ้ำคนอื่น ฟังแล้วยากครับแต่ไม่น่าฟัง รวมถึงทฤษฎีทางด้านดนตรีด้วยเพราะจะทำให้คิดเป็นเรื่องเป็นราวกว่า เช่นไม่แหกคีย์ Melody ไม่กัดกัน Chord ไม่ตีกัน หากไม่มีความรู้ให้เร่งเก็บสะสมไว้ ฟังเพลงคนอื่นเยอะๆ ข้อนี้ให้ฟังแบบวิเคราะห์
  • อ.3 อุปกรณ์ เป็นตัวที่ช่วยสนับสนุนให้ 2 ข้อข้างต้นไหลลื่นด้วย เช่นเมื่อความคิดกำลังแล่น อารมณ์กำลังมา แต่มามัวแต่เลือกว่าจะใช้ Program อะไรทำเพลงดี เสียงจะเอาจากที่ไหน ไป หาใน internet ก่อนซิ กลับมาที่เพลงที่กำลังจะทำ ……. !!! จบกัน ลืมหมดแล้ว ข้อแนะนำคือให้มี software ที่เราคิดว่าถนัดที่สุดเก็บไว้ก่อน เสียง sound bank standard และ loop พื้นฐานเอาไว้ ซ้อมใช้ให้คล่องๆ อย่างน้อย 1 รูปแบบ อย่าวอกแวก

ไม่เป็นต้องเชื่อ เพราะอย่างที่บอกตอนต้นว่าได้มาจากในวงสุรา อย่าเชื่อคนเมา จนกว่าที่คุณจะได้เมาด้วยกัน
:o)