พงศ์พรหม siameseproject

มีโอกาสอ่านนิตยสาร ค คนฉบับ 53 เดือนมีนาคม

สัมภาษณ์พิเศษ พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ศิลปินตัวจริงอีกคนหนึ่งของเมืองไทยที่มีหลากนิยามหลายบทบาท บทสนทนาและเรื่องเล่าว่าด้วยงานยากยิ่งและยิ่งใหญ่เรื่อง ‘ดนตรีชาติพันธุ์’ ที่เขากำลังทำอยู่อย่างจริงจังไม่ย่นระย่อ อาจทำให้เรารำพึงว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา แม้เขาจะบอกว่าตนเองนั้น ‘ช่างโง่สิ้นดี’ ก็ตาม
คำโปรยจาก web

โดยที่เนื่อหาจะเกี่ยวกับโครงการที่พี่ปุ้ม กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน http://www.siameseproject.com/ ซึ่งน่าสนในมาก เกี่ยวกับรากเหง้าทางดนตรีของมวลมนุษย์ ซึ่ง website รวบรวมงานที่ไปถ่ายทำเก็บข้อมูลของโครงการนี้ ความสัมพันธ์ของเสียงดนตรีและวัฒนธรรมในแต่ละเผ่าพันธ์

Link
http://www.siameseproject.com/
http://www.tvburabha.com/tvb/home/burabhaprint_magazine.asp?kkonmag_id=53

ปล. ทดสอบจาก blog ผ่านwordpress บนiPhone

Thiwangkorn Lilit

BlackBeach

อยู่ๆก็นึกถึงพี่คนนี้ขึ้นมา พี่ทิวังกร ลิลิต ลอง serch หาใน facebook เจอแฮะ ศักยภาพของ Facebook จริงๆ

ไม่เคยติดตามผลงาน ซึ่งในตอนนี้พี่เขาฝีมือไปไหน ต่อไหนแล้วเนี่ย เห็นแล้วปลื้มใจจัง

Website :

http://www.thiwangkorn.com/Site/prelude.html

ประวัติพี่เขาคร่าวๆ ขออนุญาต copy มาแล้วกันครับ แปลไม่เก่งครับ 🙂

Thiwangkorn Lilit, a native of Chiang Mai, Thailand, received his first formal musical training on electric organ at the age of ten.  Since then he has advanced his study adding piano and composition. Mr. Lilit graduated from Payap University then earned his masters degree at the New England Conservatory of Music in Boston, Massachusetts.  His previous principle teachers include Pritta Chailangkarn, Prakob Silapasornphech, Margaret S. Ott and Michael Gandolfi.

Mr. Lilit was the first prize winner at Thailand Yamaha Electone Festival for the years 1988 and 1990.  He also represented Thailand in the South-East Asian Electone Festival in 1989 in Bangkok and in 1991 in Taipei.  In 1993, he was one of the two finalists to enter the Bangkok Chopin Piano Competition.  His original composition entitled “Indhanoon”, was chosen to be in a Payap University musical production “The Parrot’s Dream.”  In the United States, Mr. Lilit gave live performances on piano at KPBX-FM 91.1 in Spokane, Washington.  The same radio station also presented his original composition “Imitation”. His original compositions were heard through out the U.S. and abroad, including at the prestigious Jordan Hall, New England Conservatory of Music. In 2003, the College Music Society chose his original song-set “Flower-Gathering” to perform at the annual conference in Costa Rica.  His CD entitled “Thai Souvenirs” which is comprised of his original compositions was released in February 2009.

Currently, Mr. Lilit is based in Massachusetts and New York.  He holds the music director position at the Royal Academy for Music in Shrewsbury, Massachusetts, where he was awarded Teacher of the Year from 2004 to 2006.

ฟังแล้วก็ช่วยสนับสนุนและอุดหนุนด้วยนะครับ เพราะคนไทยน้อยคนนักที่มีความสามารถแบบนี้ 🙂

//yordja

เล่าเรื่องดนตรีผ่าน T-Square #2

TruthAlbum

Truth Album

01. GRAND PRIX
02. CELEBRATION
03. BEAT IN BEAT
04. UNEXPECTED LOVER
05. TRUTH
06. BREEZE AND YOU
07. GIANT SIDE STEPS
08. BECAUSE
09. TWILIGHT IN UPPER WEST

หลังจากที่ได้เป็นเจ้าของเพลงทั้ง 2 ชุด (Truth และ Yes, No) ในเวลาเดียวกัน ผมมีความตื่นเต้นที่ได้ฟังมากเนื่องจากในตอนนั้นที่บ้านไม่ได้มีเพลงประเภทนี้เลย โดยที่มีเครื่องเล่น sound about ยี่ห้อ SANYO ซึ่งยังเป็นระบบ MONO อยู่เลย ได้มาจากการรับเล่นดนตรีตามงานวันเด็ก 😛

เพลงเปิดของชุด Truth เพลง Grand Prix และ Celebration 2 Track ในชุดเอามาเล่นรวมกันใน Clip นี้

เพลงที่อยากจะแนะนำให้ฟังในชุดนี้นอกจากเพลง Truth ซึ่งเป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของวงนี้มาก แนะนำเพลง Twilight in upper west ซึ่งเป็นเพลงช้า ซึ่งปกติ T-square จะมีเพลงแนวนี้อย่างน้อย หนึ่ง Track ในแต่ละชุด ความโดดเด่นของเพลงนี้คือเปียโนช่วงอินโทรจะพริ้วและลื่นไหลมาก คลอกับเสียง String โอบอุ้มกันเกิดความสมดุลหวานละมุน  พอเข้าท่อนหลักก็มี Saxophone ของ Itoh เป็นตัวเด่นซึ่งท่อน Hook ก็เด่นและติดหู พุ่งออกจากท่อนหลักดีมาก ท่อน Solo มี Piano เป็นพระเอก มีความเป็นเอกลักษณ์ของ Izumi ซึ่งเป็น มือ Keyboard ในวงสมัยนั้น ตอนนั้นมีเพื่อนคนนึงบอกว่าการเล่นของแต่ละคนจะมีลายเซ็นต์ ซึ่งผมยังไม่เข้าใจในสมัยนั้น ปัจจุบันพอได้ฟังหลายๆชุดเข้าก็พอเข้าใจว่าแต่ละคนจะมีลายเซ็นต์หรือที่เรียกว่าลูก Riff หรือ Melody ที่เล่นบ่อยๆเรียกว่าติดนั้นเอง

เพลงนี้มีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับผมคือ ผมเห็นคุณสมิทธิ์ บัณฑิต เคยออกเทป Smith and Shane ที่โด่งดังมากเมื่อหลาย หลายปีก่อน :p เล่นและ Sight Reading (การอ่านโน๊ตและเล่นสดๆโดยไม่ได้มีการเห็นโน๊ตหรือซ้อมมาก่อน)  ซึ่งทำให้ผมอึ้งมากว่าพี่อ่านโน๊ตแล้วเล่นได้สดๆเลย และคุณบิ๊ก ธานัท Big and the Brass ก็เคยเอาเพลงนี้มาเล่นในการประกวดอิเลคโทน  เมื่อรู้ว่าคนธรรมดาสามารถเล่นเพลงนี้ได้ผมก็ได้หัดเล่นบ้าง ซึ่งปัจจุบันก็พอจะนึกถึงเพลงนี้เวลาจับๆคลำๆ อิเลคโทน 🙂